แนะนำเส้นทาง ปากเซ-กัมพูชา-โฮจิมินห์(เวียดนาม)

หลังจากที่ได้เขียนแนะนำเส้นทาง  R9 ไปกรุงฮานอย ประเทศเวียดนามไปแล้วนั้น วันนี้มาสำรวจเส้นทางไปเมืองหลวงเก่าของเวียดนามคือ โฮจิมินห์ หรือ ไซง่อน กันบ้างค่ะ  ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประเทศเวียดนามกันก่อน

map

ข้อมูลเบื้องต้นของประเทศเวียดนามดังนี้
ประชากร  : 93.4 ล้านคน
แรงงาน  :  54.07 ล้านคน
แบงออกเปนแรงงานในภาคการเกษตรร้อยละ 48
แรงงานในภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 21
และแรงงานใน ภาคบริการร้อยละ 31
ภาษาราชการคือ ภาษาเวียดนาม (Vietnamese)
ศาสนา : ไม่มีศาสนา
เมืองหลวง : กรุงฮานอย (Hanoi)
สนามบินนานาชาติ ทั้งหมดในประเทศอยู 3 แหง ที่ฮานอย โฮจิมินห์ และ ดานัง  มีทาเรือ 8 แหง
ตระกูลเงินของเวียดนาม เรียกว่า ดอง หรือ ด่ง 1 บาท เท่ากับ 625.72 ดอง ที่เวียดนามใช้เงิน ดอลล่าร์ได้ค่ะในตัวเมือง

พร้อมหรือยังค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ตะลุยทริปนี้ไปกับปริมกันเลย

เริ่มจากข้ามด้านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปนอนที่ปากเซ ประเทศลาว (ติดชายแดน จ.อุบลราชธานี)

DSC_0001

โดยก่อนจะเข้าพักที่โรงแรม ให้สอบถามทางโรงแรมก่อนนะค่ะว่า เรียกรถมารับไปเวียดนามได้หรือเปล่า ถ้าทางโรงแรมบอกได้ ก็นอนเลยค่ะ ตอนที่ปริมไปจำชื่อโรงแรมไม่ได้แล้ว และตอนนี้ที่ปากเซ ก็มีโรงแรมใหม่ๆ มากมายให้เลือกพักได้ตามสะดวกค่ะ รถมารับที่โรงแรมตอนตี 4 ปริมเดินทางด้วยรถตู้คันนี้ค่ะ

DSC_0010

ถนนในลาว ทำความเร็วยังไม่ค่อยได้นะคะ ขับไปได้เรือยๆ ตามเส้นทางในลาว พอมาถึงชายแดน ลาว-กัมพูชา  ตอนข้ามชายแดนเราไม่ต้องลงจากรถเลย ให้แค่พาสปอตกับคนขับรถไป  รถตู้จะบริการในขั้นตอนสแตมป์พาสปอตให้เราเอง ตอนนี้ปริมเลยไม่มีภาพด่านที่ชายแดนลาว-กัมพูชา มาให้ดูกันะคะ พอข้ามเขตประเทศกัมพูชามาแล้ว รถโล่งมากทำความเร็วได้เลยและ รถตู้แวะพาทานอาหารเที่ยงที่กัมพูชา ร้านอาหารใหญ่มากกกก ขึ้นชื่อและที่สำคัญอร่อยมั๊กๆ ซึ่งอาหารนี้รวมอยู่กับค่าบริการรถตู้เรียบร้อยแล้วคนละ 600 บาทนะคะ ชื่อร้านอ่านไม่ออก ^^ แต่เฝออร่อยมากจริงๆ

DSC_0008

ต้องมีเงินดองด้วยนะคะ

DSC_0100

จากนั้นเราก็มาถึงชายแดน กัมพูชา – เวียดนามซึ่งด่านนี้ใหญ่มาก (ปริมพยายามหาชื่อด่านนี้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าชื่อด่านอะไรนะคะ)  ซึ่งด่านทางฝั่งกัมพูชาหายห่วงทำงานเร็วและที่สำคัญ เจ้าหน้าที่พูดภาษาไทยได้ ปริมถามว่า ทำไมพูดได้ เขาบอกว่า ทางภาครัฐมีภาษาไทยให้เลือกเรียนด้วย แต่ที่พูดคล่องเพราะฝึกพูดด้วยตัวเองจนคล่อง ภาพด้านล่างคือแผ่นดินเขมรอยู่นะคะ 

20120515_171306พอแสตมเอกสารที่ฝั่งกัมพูชาเสร็จ เราต้องลงจากรถนะคะ รถตู้จะวนไปรอเราที่แผ่นดินเวียดนาม ซึ่งเราต้องเดินกันไปเอง ที่มองเห็นด้านหน้าโน่นคือด่านของเวียดนามละคะ ถนนเข้ากว้างมาก

20120515_170924

เดินตามถนนมาเรื่อยๆ ก็ถึงตึกนี้ เพื่อรอประทับตราหนังสือเดินทางที่ตึกนี้ 

20120515_164956

ด่านเวียดนามนี้ ทำงานช้ามาก ถึงมากที่สุด..เจ้าหน้าที่ไม่พูดภาษาอังกฤษด้วย แต่เราพอจะเดาท่าทางเขาออกว่าพูดอะไรก็มั่วๆไป พอตรวจเอกสารเสร็จ รถตู้จะมารอรับเราอีกฝั่งหน้าตึกนี้ รู้สึกว่ากระเป๋าก็ต้องขนลงมาจากรถแล้วตรวจรถก่อนด้วยนะคะ

DSC_0016

จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าโฮจิมินต์ไม่แน่ใจระยะทางว่ากี่กิโลเมตร  แต่มาถึงที่พักในโฮจิมินต์ประมาณ 4 โมงเย็น ดูถนนตลอดเส้นทางที่ไปโฮจิมินห์ค่ะ 8 เลน

20120515_150008

แวะทานข้าวกันร้านริมทางก่อน หน้าตาถูกใจ เขากินเหมือนบ้านเรา

20120516_201128

และแล้วปริมก็มาถึงซะทีค่ะ โฮจิมินห์ ที่นี่มีท่าเรือน้ำลึกด้วย และภาพนี้ปริมถ่ายจากตึกของลูกค้าลงมา ฝนกำลังตกเลยค่ะ

20120515_125746

เป้าหมายของการมาเวียดนามครั้งนี้ของปริม เพื่อสำรวจตลาดปุ๋ย และลงพื้นที่ทำเกษตรของลูกค้า เวลาเขาเจรจาธุรกิจกันจริงๆ ก็บนโต๊ะกาแฟนี่ละคะ..

DSC_0027

และถ้าใครมาถึงเวียดนามของแท้ ต้องไม่พลาดกินกาแฟเวียดนามแบบนี้ หยดทีละหยด กว่าจะได้กิน แหม่ แหม่ หายอยากเลย

DSC_0023

และก็ได้เวลาลุยกันจริงๆ ทริปนี้ไม่ได้มาเที่ยวนะคะ แต่ฟาร์มเกษตร มาทำงานค่ะ เริ่มจากลงสวนกาแฟ ก่อนเลยเวียดนาม สามารถผลิตกาแฟได้ปีละประมาณ 7 แสนตัน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย  และกาแฟที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ 

20120705_091324

และเชื่อใหมค่ะว่าเด็กน้อยคนนี้ คือล่ามแปลภาษาภาษาเวียดนามเป็นภาษาอังกฤษให้เรา เป็นลูกชายของเจ้าของไร่กาแฟที่ดาลัด

20120705_073332

ที่เวียดนามจะชอบดื่มกาแฟและดื่มชา แทนน้ำเปล่าเลยนะคะ การต้อนรับแขกที่บ้าน ก็ต้อนรับด้วยชากันแบบนี้เลย และองุ่นดำของเวียดนาม อร่อยมากๆ ไม่เคยได้กินแบบนี้ที่ไทยเลยค่ะ

20121114_152548

โซนที่ปลูกกาแฟ จะเป็นพื้นที่มีอากาศเย็น ตอนเดินทางไปนี่ขึ้นเขาตลอด และเมืองที่เรากำลังมุ่งหน้าไปคือ ดาลัด เมืองในสายหมอก เมืองเล็กๆ แต่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ สวยงามมากมีสระน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เป็นเมืองท่องเที่ยวที่บรรยากาศดีเหมือนเชียงใหม่

Capture

20120705_112441

อีกวันต่อมา เราก็เริ่มลุยพืชอีกตัวที่เวียดนามปลูกเยอะมาก และปลูกมานานพอๆ กับไทยเลย นั่นก็คือยางพารา แต่เขายังขาดด้านเทคนิคและวิธีการดูแลอีกมาก ซึ่งทางเวียดนามเองก็ยังต้องการข้อมูลด้านวิชาการและปัจจัยการผลิตพร้อมกับเครืองมือ จากไทยอยู่มาก และเป็นโอกาสของนักธุรกิจไทยค่ะ

DSC_0089

20120704_140716

น้อยหน่าก็มีมากเป็นหมื่นๆไร่เหมือนกันค่ะ

20120704_142606

และจะมีขายตามสองข้างทาง เหมือนแตงโมในบ้านเรานิละค่ะ

20120704_143536

ลงลุยไร่ของลูกค้าตั้งแต่เมืองดาลัดแถบภาคกลาง จนมาถึงโฮจิมินห์ เรียบๆชายแดนกัมพูชาเลย มาดูที่นอนยามค่ำคืนของปริมในทริปนี้กัน นั่นก็คือนอนกันข้างทางเลยค่ะ ขับรถกันไม่ไหว เจอร้านกาแฟริมทาง ก็จอดนอนกันที่เปลข้างทางเลย ตอนนี้น่าจะสักประมาณ ตี 1 นะคะ

DSC_0078

และขนาดร้านกาแฟข้างทาง ยังต้องมีสิ่งนี้ ขายด้วย

DSC_0073

และในทริปก่อนหน้า ปริมได้วกกลับเข้ามาในพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งบริษัทของชาวเวียดนามได้รับสัมปทานกับรัฐบาลกัมพูชาในพื้นที่ 500,000 ไร่ ให้ปลูกยางพารา มันสำปะหลัง และพืชอื่นๆ อีก และลูกค้าของปริมชาวเวียดนามก็ได้สัมปทานนี้มาสับต่ออกมาให้อีกหลายๆ บริษัท เข้าไปปลูกพืชในพื้นที่ของกัมพูชาค่ะ 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า พืนที่ของกัมพูชาอันกว้างใหญ่ จะมีต่างชาติเข้ามาลงทุนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม ใต้หวัน จีน เกาหลี จนลามมาถึงพื้นที่ของลาวเองก็เช่นกัน จะมีต่างชาติมาลงทุนทำเกษตรอยู่มากมายค่ะ

มาดูบ้านพักของบริษัทสัญชาติเวียดนามที่กัมพูชากัน

20120516_061815

มีเครืองออกกำลังกายให้ด้วยนะคะ ธรรมดาซะที่ไหน

20120516_070500

การปลูกกล้ายางพาราทำให้ปวดหัวไปหลายวันเลยค่ะ เพราะเขาเล่นปลูกลงดินเลย ไม่ได้ปลูกในถุงชำเหมือนบ้านเรา ทำให้เกิดปัญหาเวลาจะย้ายกล้ายาง รากแก้วขาด ต้นเฉาตายก่อน

20120516_071651

และการเดินทางของปริมครั้งนี้..ขากลับเลือกกลับเครืองนะคะ..จากสนามบินที่โฮจิมินห์

20120706_165749

มาลงที่ สุวรรณภูมิ แล้วมาขึ้นรถไฟจาก หัวลำโพง..มาลงอุบล..และเหมาแทกซี่จากสถานีรถไฟวารินชำราบ มาอำนาจเจริญในราคา 800 บาท จบการเดินทาง 5 วันในเวียดนามใต้ของปริมค่ะ

20120515_054351เปิดตาให้กว้าง เมื่อโอกาสเปิดให้ ใจเตรียมพร้อม  และก้าวเดินไปด้วยกัน กับบิสคลับอำนาจเจริญค่ะ

คอมเม้นท์ให้หน่อยนะจ๊ะ